การขับเคลื่อนชุมชน เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจชุมชน 🌳 #ภาคสนามมณีพฤกษ์ #ขับเคลื่อนชุมชน . ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน - 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/3 โรงเรียนรุ่งอรุณ ได้ลงพื้นที่ศึกษาภาคสนาม ณ บ้านมณีพฤกษ์ ตำบลงอบ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน เพื่อเริ่มต้นการเรียนรู้ร่วมกับชุมชนในรายวิชา Active Citizen Studio . ตลอดหนึ่งปีการศึกษานับจากนี้ นักเรียนจะได้ร่วมกันพัฒนาโครงงานจากประเด็นที่เกิดขึ้นจริงในชุมชน ภาคสนามครั้งแรกจึงมุ่งให้นักเรียนทำความเข้าใจพื้นที่ ทำความรู้จักผู้คน ศึกษาวิถีชีวิต และค้นหาว่า “ทุนของชุมชนบ้านมณีพฤกษ์ มีอะไรบ้าง?” ก่อนนำข้อมูลเหล่านี้ไปพัฒนาเป็นโจทย์สำหรับการทำงานร่วมกับชุมชนต่อไป . การเรียนรู้เริ่มต้นจากการรับฟัง . พ่อพจน์และแม่พร ผู้เฒ่าผู้แก่ของหมู่บ้าน ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับการก่อตั้งหมู่บ้าน การอพยพ และเหตุการณ์สำคัญในอดีตให้นักเรียนได้เรียนรู้ จากนั้นนักเรียนออกเดินสำรวจชุมชน ทำแผนที่หมู่บ้าน และพูดคุยกับพ่อ ๆ แม่ ๆ ชาวบ้าน เพื่อศึกษาว่าในแต่ละพื้นที่มีใครอาศัยอยู่ ประกอบอาชีพอะไร มีความรู้หรือภูมิปัญญาเรื่องใด และมีความสัมพันธ์กับชุมชนอย่างไร . หลังจากเห็นภาพรวมของบ้านมณีพฤกษ์ นักเรียนเลือกประเด็นที่ตนเองสนใจเพื่อศึกษาให้ลึกขึ้น ผ่านการพูดคุย สังเกต และลงมือทำร่วมกับคนในพื้นที่ . บางคนเรียนรู้เรื่องกาแฟตั้งแต่การปลูก การดูแล ไปจนถึงการแปรรูป บางคนใช้เวลาอยู่หน้าเตาหลอมเหล็กเพื่อเรียนรู้การตีมีด บางคนนั่งข้างแม่พรเพื่อฝึกปักผ้าม้ง ขณะที่อีกหลายคนเลือกศึกษาเรื่องภาษา การเกษตร อาหาร และความเชื่อของชาวม้ง . จากการศึกษาประเด็นต่าง ๆ นักเรียนพบความสัมพันธ์ระหว่างความรู้เหล่านี้กับวิถีชีวิตของชุมชน อาหารและการเกษตรทำให้เห็นการดำรงชีวิตของผู้คนบนพื้นที่สูง การปลูกกาแฟสัมพันธ์กับการสร้างรายได้และการดูแลป่าต้นน้ำ การตีมีดแสดงให้เห็นทักษะที่เกิดจากประสบการณ์และการใช้งานในชีวิตประจำวัน ส่วนผ้าม้ง ภาษา และความเชื่อ ทำให้นักเรียนได้ศึกษาประวัติศาสตร์ ความทรงจำ และอัตลักษณ์ของชุมชน . เมื่อแต่ละกลุ่มนำข้อมูลที่ตนเองศึกษาแลกเปลี่ยนกับเพื่อน นักเรียนจึงเริ่มเห็นความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ทรัพยากร อาชีพ วัฒนธรรม ความเชื่อ และประวัติศาสตร์ และเข้าใจมากขึ้นว่าวิถีชีวิตของบ้านมณีพฤกษ์เกิดขึ้นจากองค์ประกอบหลายด้านที่สัมพันธ์กัน . การลงพื้นที่ครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้นักเรียนสร้างความสัมพันธ์กับคนในชุมชน ผ่านการพูดคุย รับฟัง ลงมือทำ และใช้ชีวิตร่วมกันในแต่ละวัน นักเรียนจึงได้รู้จักชาวบ้านจากประสบการณ์ตรง และชาวบ้านก็ได้ทำความรู้จักกับนักเรียนมากขึ้นเช่นกัน . ในวันสุดท้าย นักเรียนกลับไปหาชาวบ้านอีกครั้ง พร้อม “แผนที่คนดี” ที่รวบรวมเรื่องราวของผู้คนที่นักเรียนได้พบและเรียนรู้ตลอดการลงพื้นที่ ก่อนนำข้อมูลกลับไปให้เจ้าของเรื่องได้อ่านและแลกเปลี่ยนร่วมกัน . แผนที่คนดีจึงเป็นการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้คน ความรู้ ความสามารถ และคุณค่าที่นักเรียนค้นพบในชุมชน ขณะเดียวกัน กระบวนการนำข้อมูลกลับไปแลกเปลี่ยนกับเจ้าของเรื่องยังทำให้นักเรียนได้ตรวจสอบความเข้าใจของตนเอง และแสดงความเคารพต่อผู้ที่แบ่งปันความรู้ให้กับนักเรียน . ภาคสนามครั้งแรกจบลงพร้อมกับข้อมูลและคำถามอีกหลายเรื่องที่นักเรียนต้องกลับไปศึกษาต่อ เพราะการทำงานกับโจทย์จริงของชุมชนจำเป็นต้องเริ่มจากการรู้จักพื้นที่ รับฟังผู้คน และเข้าใจทั้งสิ่งที่ชุมชนมีอยู่ สิ่งที่ชุมชนให้คุณค่า รวมถึงความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายที่คนในพื้นที่กำลังเผชิญ . การกลับมาบ้านมณีพฤกษ์ในครั้งต่อไป นักเรียนจึงมีฐานความเข้าใจและความสัมพันธ์กับผู้คนมากขึ้น เพื่อร่วมกันค้นหาโจทย์ที่ชุมชนให้ความสำคัญ และพัฒนาไปสู่การทำงานร่วมกันตลอดปีการศึกษา . 💬 สะท้อนการเรียนรู้จากนักเรียน . ลิส - “ชุมชนมณีพฤกษ์เป็นชุมชนที่ชาวบ้านรักใคร่กัน และเป็นชุมชนที่อุดมสมบูรณ์ มีทั้งวัฒนธรรมและภูมิปัญญา หนูได้อาศัยอยู่ในชุมชนเป็นเวลา 1 สัปดาห์ และได้ทำความรู้จักกับวิถีชีวิตของชาวบ้าน ความเป็นกันเองของคนในชุมชนทำให้หนูรู้สึกสบายใจเมื่อได้อยู่ด้วย ที่นี่มีประวัติศาสตร์ให้เราได้เรียนรู้ มีภาษาที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงอาชีพและภูมิปัญญาต่าง ๆ เช่น การปักผ้าลายก้นหอย การตีมีด และความเชื่อของชุมชน สิ่งเหล่านี้ทำให้หนูอยากทำความรู้จักบ้านมณีพฤกษ์ให้มากขึ้น เพราะยังมีอีกหลายเรื่องที่พวกหนูยังไม่ได้ศึกษา และหนูก็พร้อมที่จะเรียนรู้ต่อไป” . สายฝน - “ชุมชนมณีพฤกษ์เป็นชุมชนบนดอยที่มีวิถีชีวิตพึ่งพาและดูแลป่า ชาวบ้านอาศัยต้นไม้ใหญ่เป็นต้นไม้พี่เลี้ยงในการปลูกกาแฟ และหาวัตถุดิบจากป่ามาประกอบอาหาร เช่น การนำมะระหวานมาผัดไข่ ประวัติศาสตร์ของชุมชนยังเกี่ยวข้องกับพื้นที่ป่าในช่วงเหตุการณ์คอมมิวนิสต์ รวมถึงการให้ความสำคัญกับบรรพบุรุษ โดยทุกฤดูเก็บเกี่ยวจะมีการเลี้ยงผีบรรพบุรุษ ทำให้เห็นว่าวิถีชีวิตของคนมณีพฤกษ์มีความสัมพันธ์กับทั้งป่า การทำมาหากิน ประวัติศาสตร์ และความเชื่อ” . เพลิน - “ชุมชนมณีพฤกษ์มีภูมิปัญญาหลายด้านที่นำมาใช้ในการดำรงชีวิต คนในชุมชนรู้จักใช้สิ่งที่มีอยู่ในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์ เช่น นำผักที่ปลูกมาประกอบอาหาร ปักผ้าม้งเพื่อสร้างรายได้ และถ่ายทอดความรู้เหล่านี้ให้กับพวกเรา จากเรื่องราวในอดีตยังทำให้เห็นว่าคนในชุมชนช่วยเหลือกันมาตั้งแต่ช่วงที่อาศัยอยู่ในป่า จนถึงการใช้ชีวิตร่วมกันในปัจจุบัน” . อิ๊นซ์ - “ได้เรียนรู้เรื่องอาหารพื้นบ้านของคนม้งในหมู่บ้านมณีพฤกษ์ ทั้งขั้นตอน วิธีทำ และการปลูกพืชต่าง ๆ ทำให้รู้ว่าคนในหมู่บ้านเลือกกินอาหารตามผลผลิตที่มีในแต่ละช่วง เช่น ช่วงนี้มีกะหล่ำก็จะนำกะหล่ำมาประกอบอาหาร หากไม่มีก็ใช้ผักหรือพืชชนิดอื่นแทน การกินของคนในชุมชนจึงสัมพันธ์กับทรัพยากรที่มีในแต่ละฤดูกาล อีกเรื่องหนึ่งคือ คนม้งในอดีตใช้เกลือและน้ำมันหมูในการทำอาหารเป็นหลัก และเกือบทุกบ้านจะปลูกผักไว้กินเอง” . ยูตะ - “ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชุมชนและการนำจุดเด่นของพื้นที่มาพัฒนาเป็นอาชีพและรายได้ ทำให้ผมเห็นว่าการอยู่บนพื้นที่สูงและห่างไกลมีเงื่อนไขเฉพาะที่คนในชุมชนสามารถนำมาใช้ในการประกอบอาชีพได้ เช่น สภาพอากาศที่เหมาะกับการทำเกษตรเมืองหนาว” . ✍🏼 ครูชนม์สวัสดิ์ ฉิมเชื้อ (ครูนัส) - ครูประจำ Active Citizen Studio . #ActiveCitizenStudio #CommunityBasedLearning #CBL #สถาบันรุ่งอรุณขับเคลื่อนสังคม #มณีพฤกษ์ #ชาวม้ง #น่าน #ฟื้นป่าน่าน #เรียนรู้ชุมชน #ภาคสนาม
    ความคิดเห็น